วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

ลัก (วาดหมา) หลับ








                ปี 2543  ช่วงนั้นทำงานศิลปะ,ภาพประกอบ อยู่หอพักแถวนนทบุรี ชั้นบน มีแม่หมาอยู่ในหอไม่มีเจ้าของตกลูกมา น่าจะ 3 ตัว ออกมาก็น่ารักมีคนคว้าไปเลี้ยง 2 ตัวเหลืออยู่หนึ่ง มันก็ดุ๊กดิ๊กๆซนอยู่แถวๆนั้น หลังหอเป็นป่ากก มีกำแพงกั้น ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนใจร้ายคงรำคาญมันมากอยู่ชั้นล่างห้องตรงข้ามกัน ทั้งๆที่มันยังเล็กอยู่และน่ารักออกอย่างนั้น ถึงไม่ใช่คนรักหมามากมายแต่ที่เห็นกับตามันดูโหดร้ายเกินเหตุ  คนใจร้าย(ผู้หญิงซะด้วย)อาศัยตอนหอพักเงียบๆ คนไม่มีจับไอ้เปี๊ยกตัวนี้โยนลงไปหลังกำแพง สงสัยไม่ต้องชะตากันมากถึงลงโทษมันอย่างนั้น แต่ไม่รอดสายตา คงนึกว่าไม่มีใครเห็น ด้วยความที่ไม่อยากสร้างศัตรูเลยทำเงียบๆรอจังหวะช่วยอยู่ ส่วนเจ้าตัวจิ๋วก็ซวยล่ะซิ "หงิ๋งๆๆ" มันจะข้ามกลับมาก็ข้ามไม่ได้ ร้องอยู่อย่างนั้นน่าสงสาร เฮ้อ! อย่าว่าแต่หมาเลยคนยังลำบากจะปีน รอจนค่อนวัน จนคนใจร้ายห้องข้างล่างไม่อยู่ ก็รีบเอาเก้าอี้ไปวางปีนขึ้นนั่งบนกำแพงแล้วหากระดานไม้ยาวๆพาดจากกำแพงจะให้มันปีนขึ้น แต่มันยังไม่มีประสบการณ์ทำยังไงล่อยังไงมันก็ไม่ขึ้น หรือเราคิดไปเองว่ามันคงทำได้ สุดท้ายขืนชักช้า คนที่เอามันไปทิ้งกลับมาพอดี เปลี่ยนวิธีเลยตัดสินใจใช้เชือกทำบ่วงคล้องคอ คล้องทั้งตัวก็ติดขาอีกคล้องคอนี่แหล่ะ! แต่เบาๆมือหน่อยแล้วยกมันขึ้นข้ามกำแพง ก่อนยกขึ้นก็ต้องขอโทษมันเพราะรู้ว่าเชือกรัดคอมันจะเป็นยังไง จริงเสียด้วยเพราะพอยกมันขึ้นเชือกก็รัดคอมันจนตาเหลือก แต่มีวิธีเดียวนี่แหล่ะ แค่แป๊ปเดียวก็ข้ามมารอดตายไป แต่ไม่รู้ว่ามันจะโดนจับไปทิ้งอยู่อีกหรือเปล่า
  

                       



                                                    

                                                    



        หลายวันผ่านไป เจ้าตัวเล็กก็ยังวิ่งซนอยู่ ก็เบาใจว่ามันรอดแล้ว เลยตั้งชื่อมันไว้ในใจว่า "เจ้าโชคดี" หรือ เจ้า"ลัคกี้" จนมันโตขึ้น เป็นหมาเฝ้าหอวัยรุ่น แล้วชอบมานอนหน้าห้อง ไม่รู้ว่ามันจำได้ว่าคนที่ช่วยมันพักอยู่ห้องนี้ หรือเราทึกทักเอาเองก็ไม่รู้ แต่มานอนหน้าห้องอย่างนี้ก็ต้องเสียค่าที่ เสร็จเราเป็นแบบให้วาดซะดีๆ ได้มาหลายรูป เพราะชอบมานอนป็นประจำเลย เอามาให้ดูบางส่วนว่า ลัก(วาดหมา)หลับเป็นยังไงท่าไหนสวยช่วยให้คะแนนกันเองครับ




        อันนี้แถม เพิ่งสเก็ตเมื่อเช้านี้เอง ( 17 ม.ค. 2554 ) ซากนกกินปลี ไม่รู้หนาวตายหรือเป็นอะไรตาย (ปีนี้เมืองไทยหนาวนาน เขาว่าในรอบ 30 ปี) นอนแข็งทื่อที่สนามหญ้าในบ้าน เลยนั่งวาดเก็บบันทึกซะเลย  ก่อนที่สักพักใหญ่ขบวนมดจะมาเก็บกวาดไปเป็นอาหาร เป็น นกกินปลีอกเหลือง  (Olive-blacked Sunbird) นกเป็นนกประจำถิ่น(นกที่เห็นบ่อยๆตลอดทั้งปี) ไม่รู้ว่ามันชอบกินดอกปลีกล้วยหรือเปล่าเลยเรียกชื่อมันแบบนี้ เคยเห็นนกฮัมมิ่งเบิร์ดของฝรั่ง ตัวนี้น่าจะเป็นฮัมมิ่งเบิร์ดไทยๆ ไม่รู้เขาจัดเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า เพราะเวลาบินกินน้ำหวานจะกระพือปีกได้เร็วมาก เหมือนลอยอยู่นิ่งๆเลย ตัวนี้มาเป็นประจำชอบส่งเสียงเล็กแหลมๆ ตัวผู้สีจะสวยกว่าตัวเมีย มีสีน้ำเงินเหลือบม่วงสะท้อนแสงสวยมากตรงหน้าอก ช่วงท้องสีเหลืองตัดกันสวยดี ปากยาวไว้กินน้ำหวานดอกที่กรวยลึกๆ




       นกตัวนี้แล้วแต่โอกาสจะแวะมา แต่มาอยู่บ่อยๆบินไล่ตัวเมีย บินกินน้ำหวานจากดอกไม้เป็นที่สนุกสนาน อยู่ไม่นานก็ไปต่อ แต่ฟังจากเสียงเอาถ้าอยากดู พอร้องก็รู้ว่าเจ้าตัวนี้มา หรือถ้าอยากดูช่วงเช้ายิ่งอากาศร้อนๆ จะใช้วิธีฉีดน้ำจากสายยางพ่นเป็นฝอย เป็นละออง ไปบนต้นไม้ให้ทั่วๆ ต้นนี้บ้างต้นโน้นบ้าง รับรองถ้าเจ้านกกินปลีอยู่ใกล้ๆเขาจะมาทันที มาทำไมครับ? มาเล่นน้ำครับชอบเลยบินเล่นน้ำไม่กลัวคนเสียด้วย อาบน้ำไปในตัวไซร้ปีกไซร้ขนสนุกสนาน นี่แหล่ะมนต์เรียกนกอีกแบบ แล้วยังมีของแถมอีกคือได้ดูนกกระจิบธรรมดาด้วย ตัวเล็กเสียงดังที่สุดเลย ถ้าอยู่ใกล้จะบินมาทันทีขอเล่นน้ำเล่นสงกรานต์ด้วยคนเอ้ย!ตัว เรียกว่ายิงสายยางฉีดน้ำครั้งเดียวได้ดูนกถึงสองตัว เลย

ไม่มีความคิดเห็น: