วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ผลประกวดวาดภาพระบายสีเยาวชน HORSE AWARD ครั้งที่ 5









ประกาศผลรางวัลโครงการประกวดวาดภาพระบายสีเยาวชน HORSE AWARD ครั้งที่ 5





































25 พ.ย.2553  พิธีมอบรางวัลโครงการประกวดวาดภาพระบายสีเยาวชน HORSE AWARD ครั้งที่ 5
โครงการประกวดงานจิตรกรรม ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วาดภาพระบายสีเยาวชน HORSE AWARD ครั้งที่ 5 จัดเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2253  ณ อาคารนานมี สาธรเหนือ ซึ่งงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี กล่าวแสดงความยินดีมอบรางวัล และร่วมวาดภาพเป็นที่ระลึกให้แก่ บริษัท นานมี อีกด้วย
ส่วนรางวัลและภาพผลงานมีใครบ้างดูตามลิงค์ได้เลย นอกจากนี้ยังเก็บภาพบรรยากาศบางส่วนมาฝากรวมทั้งภาพผลงานบางส่วนของ "นานมีไฟน์อาร์ตอะวอร์ด"และ" HORSE AWARD "ด้วยครับ
ลืมบอกไปทางนานมี ยังเปิดให้ผู้สนใจรูปภาพในเว็บไซท์ ท่านสามารถโทรสอบถามราคาและขั้นตอนวิธีการสั่งซื้อได้ที่ คุณกฤติยา(ตาล) ได้ในเวลาทำการ 8.30 - 18.00 น. ครับ โทร. 02 648 8000


































กลุ่  ระดับประถมศึกษาอ.1 -.3 )

http://artgallery.nanmee.com/horse-award/59-Horse-award-5-1

กลุ่ 2 ระดับประถมศึกษา ( .4 -.6 )

http://artgallery.nanmee.com/horse-award/60-Horse-award-5-2


กลุ่ 3 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้ (.1- .3 )


http://artgallery.nanmee.com/horse-award/61-Horse-award-5-3

































มีข้อท้วงติง สำหรับพิธีจัดงานมอบรางวัล พิธีการที่ใช้เวลามากเกินควร คือใช้เวลาทั้งวัน ซึ่งพิธีซ้อมรับรางวัลไม่ควรใช้เวลาถึงครึ่งวัน อีกครึ่งวันรับจริง การแสดงที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน ส่วนเสวนาบนเวที ไม่เหมาะกับเด็กเล็ก บางคนทำศิลปะอย่างเดียวแต่ถ่ายทอดไม่เป็น เด็กๆส่วนใหญ่เบื่อ หิว ควรย่อเวลาเหลือแค่ครึ่งวัน เผื่อเวลาสำหรับเด็ก ครู และผู้ปกครองที่ใช้เวลาในการเดินทางมาจากต่างจังหวัด บางท่านต้องมาค้างล่วงหน้า หรือต้องค้างอีกวันเพราะกลับไม่ทันรถ ค่าใช้จ่ายก็ต้องมี บางร.ร.มีเด็กมามาก ทั้งครู ผู้ปกครองต้องใช้จ่ายเพิ่ม กับรางวัลที่ไม่พอสำหรับการเดินทางด้วยซ้ำ อันนี้ฟังมาจากผู้ปกครองที่พาลูกๆมารับรางวัล เลยฝากทางนานมีพิจารณาในปีต่อๆไปครับ

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เอารูปงาน นิทรรศการศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๒ มาฝาก











                         สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
                         พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ ในพิธีเปิดนิทรรศการ
                     ศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ ๒๒ ประจำปี ๒๕๕๓














สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทอดพระเนตร และพระราชทานรางวัล ผลงานศิลปะนิทรรศการศิลปกรรมโตชิบา





                           ผลงานศิลปกรรมที่เคยได้รับรางวัลตั้งแต่ครั้งแรก



เฝ้ารับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


ศิลปินรุ่นจิ๋ว อ.๑-ป.๓ รอรับเสด็จฯ


ศิลปินรุ่นกลาง มัธยมและอาชีวศึกษา


ศิลปินรุ่นใหญ่

หัวข้อของการประกวด ก็เหมือนกันทุกๆปี กำหนดแนวเรื่อง ตามคำขวัญของบริษัทฯ ที่ว่า " นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต " โดยเปิดโอกาสให้ ผู้ส่งผลงาน ได้ใช้ จินตนาการ อย่างกว้างขวาง ตาม ความคิดสร้างสรรค์อิสระ
ส่วนการตัดสินระดับอุดมศึกษาและประชาชน ผลงานประติมากรรมชื่อ "ความสมบูรณ์ผลผลิตจากธรรมชาติ" ของนายอนุสรณ์ ทองรวย นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม การประกวดศิลปกรรม "นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต" ครั้งที่ 22 หรือประจำปี 2553





                     รางวัลยอดเยี่ยม "ความสมบูรณ์ผลผลิตจากธรรมชาติ"

"ความสมบูรณ์ผลผลิตจากธรรมชาติ" เป็นการนำเสนอแนวความคิดว่า "ความสมบูรณ์รูปทรงของพืชผล ซึ่งการเจริญเติบโตของพืชนั้นต้องอาศัยแหล่งแร่ธาตุความสมบูรณ์ของแต่ละพื้นที่ ถ้าพื้นที่นั้นมีความสมบูรณ์ ผลพืชก็จะมีการเติบโตอย่างเต็มที่ และอาจจะส่งผลกระทบทำให้ลำต้น กิ่ง ใบ มีการโค้งงอเพื่อรับน้ำหนักผลที่มีขนาดใหญ่"

โดยผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ใช้วัสดุทองเหลืองมาสื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ สร้างความชื่นชมให้กับกรรมการเป็นอย่างยิ่ง โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต่างก็ให้ทัศนะต่อผลงานชิ้นนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า มีความงดงามและสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ตามแนวคิดได้อย่างไม่มีที่ติ

ศ.กำจร สุนพงษ์ศรี ประธานคณะกรรมการตัดสิน พูดถึงงานชิ้นนี้ว่า ผลงานชิ้นนี้มีทั้งมโนภาพที่ดีเด่น เป็นงานที่อยู่ในเกณฑ์สมบูรณ์แบบทั้งทางเทคนิคและการออกแบบซึ่งไม่มีที่ติ ฝีมืออยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม รวมแล้วบ่งบอกถึงความงดงามทั้งในด้านเนื้อหา การแสดงออก วัสดุที่ใช้ น่ายินดียิ่งที่ศิลปินสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีมาตรฐานสูงเช่นนี้ขึ้นมาได้

ส่วน อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน แสดงความเห็นว่า ผลงานอนุสรณ์เป็นผลงานที่ใช้ธรรมชาติ เนื้อหาสร้างสรรค์ให้เป็นการเติบโตอุดมสมบูรณ์ โดยให้เป็นพืชที่งอกงามออกดอกออกผล ลำต้นโค้งงอลงมา พิเศษมากคือ เงาตกทอดจากลำต้นไปสู่ผลที่มันงอกงามลงสู่พื้นดิน ให้เห็นความสมบูรณ์ของแสงแดด ซึ่งทำให้คนดูเห็นถึงความเจริญงอกงามของสิ่งแวดล้อม ทำให้พืชสมบูรณ์งอกงามอย่างสมบูรณ์เต็มที่

กรรมการอีกท่าน ศ.ปรีชา เถาทอง แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า เป็นผลงานที่แสดงออกถึงความอุดมสมบูรณ์ได้อย่างลงตัว เลือกใช้วิธีผสมผสานความเป็น "เก่า" และ "ใหม่" รวมทั้งการเลือกใช้วัสดุที่แสดงออกถึงความเป็นยุคสมัยใหม่ อย่างทองแดงและทองเหลือง เป็นต้น โดยผูกเข้ากับความเชื่อในเรื่องความอุดมสมบูรณ์ซึ่งถือว่าเป็นคติเก่า คติโบราณ






         


ส่วนผลงานยอดเยี่ยมระดับอนุบาล 1-ประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นของ ด.ญ.ดวงดารา งามสุขเจริญ ที่สามารถสะท้อนความสุขของครอบครัวได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งมีการใช้สีสันที่สะดุดตา รวมไปถึงการแสดงสีหน้าของบุคคลในครอบครัวโดยถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างชัดเจน



                             รางวัลยอดเยี่ยมระดับ อนุบาล ๑- ป.๓


"เป็นครั้งแรกที่พ่อกับแม่ได้พาหนูไปเที่ยวทะเล ทำให้มีความสุขและรู้สึกประทับใจมาก" ด.ญ.ดวงดาวกล่าวถึงแนวคิดในการวาดภาพชิ้นนี้

ด้าน อ.ธงชัย รักปทุม ประธานคณะกรรมการตัดสินระดับอนุบาล 1-ป.3 กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ได้รางวัลยอดเยี่ยม เพราะความงามของรูปสอดคล้องให้เห็นสภาวะบรรยากาศชายทะเลยามเย็น ซึ่งกระทบแสงสีเหลือง สีชมพู สีส้ม และเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงินเป็นสีโทนร้อน ภาพมีความลงตัวงดงามพอเหมาะ ในการจัดวางองค์ประกอบภาพพ่อ แม่ ลูกของครอบครัวที่มีความสุข เป็นภาพธรรมชาติ นำมาซึ่งคุณความดี นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต สีสันและบรรยากาศทำให้รู้ถึงการเขียนภาพเป็น โดยใช้สีเป็นสื่อมากกว่าตัวนำเรื่องของเส้น

ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 เป็นของ ด.ช.ชานน พิทักษ์ ชื่อผลงาน "ควายโง่" ซึ่งบอกเล่าที่มาของภาพว่า "คุณครูนำภาพเหตุการณ์ทางการเมืองมาให้ดูแล้วให้แต่งเป็นนิทาน จึงได้นำนิทานมาแต่งเป็นภาพวาด

                                                                                                  
                                                                     
        รางวัลยอดเยี่ยม ระดับประถมศึกษา ๔-๖

"นิทานผมแต่งเรื่องมีดังนี้ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ประเทศไทย มีควายโง่สองตัว คือควายเหลืองกับควายแดง ชอบทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างไม่รู้จบสิ้น ชิงดีชิงเด่นกัน ไม่รู้รักสามัคคี ไม่รู้จักให้อภัยกัน จึงทำให้คนในประเทศต้องเดือดร้อน ทนทุกข์ทรมานจากการกระทำของควายทั้งสองตัว และในที่สุดประเทศไทยก็ไร้ความสงบสุข จะต้องแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ"

อ.เทพศิริ สุขโสภา กรรมการตัดสิน กล่าวว่า รูปนี้มองภายนอกดุดัน แต่ถ้าเราเปิดใจแล้วจะมองรูปนี้ในแง่บวก จะเห็นว่าการเผชิญหน้าเป็นการเผชิญหน้าระหว่างความถูกต้องกับความผิด ความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำอย่างไรเราถึงจะยอมรับความแตกต่างเหล่านั้น ซึ่งรูปนี้สื่อว่าเราต้องหันมาคุยกัน ฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน จะได้ไม่เกิดปัญหา

ผลงานยอดเยี่ยมระดับ ม.1-3 เป็นของ ด.ญ.ชนินาถ เนื้อหอม ชื่อ "สังคมไทยอยู่ได้ด้วยความสามัคคี" ซึ่ง อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ ให้ความเห็นว่า ภาพนี้สื่อถึงสังคมไทยมีความแตกแยก แยกสี แยกสังคม ในเรื่องประชาธิปไตย ในเรื่องความเชื่อ มันเป็นการแตกแยกมากเหลือเกิน แต่ทุกคนก็พร้อมเป็นเสา เป็นที่ค้ำยันเพื่อให้ชาติอยู่ได้

ผลงานยอดเยี่ยมระดับ ม.4-6 และอาชีวศึกษา ผลงานยอดเยี่ยมเป็นของ น.ส.ณัฐฐินันท์ ภูขะมา ชื่อว่า "Beauty Fever" ที่บอกว่า ต้องการสะท้อนสภาพสังคมยุคโลกาภิวัตน์ โดยเลือกใช้ตุ๊กตาไบลธ์เป็นสื่อแทนผู้หญิงส่วนใหญ่ ที่สนใจในเรื่องแฟชั่นและความสวยงามเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นถึงสภาพ "วัตถุนิยม" ของมนุษย์ในปัจจุบัน โดย อ.สังคม ทองมี กล่าวว่า ภาพนี้ได้สะท้อนโลกของความสวยสดงดงามผ่านตุ๊กตาเป็นตัวสื่อที่มีความสุขของผู้หญิง ส่วนกลวิธีในการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปินใช้เทคนิคสีโปสเตอร์และความสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคปะติด และมีการใช้สีอย่างลงตัว






บรรยากาศในวันเปิดนิทรรศการ

































                                           พี่เหลิมกับศิลปินตัวน้อยๆ





งานนิทรรศการหมดไปนานแล้วเพิ่งมีโอกาสเก็บบรรยากาศ รูปผลงานมาฝาก ติดงานจนไม่มีเวลาว่าง เผื่อสำหรับใครที่พลาดไม่ได้ไปชมก็ดูบางส่วนที่เอามาลงไว้แทนก็แล้วกัน ท้ายนี้ขอขอบคุณและขออนุญาติ บ.โตชิบา ที่นำรูปภาพบางส่วนมาลงเผยแพร่ งานนิทรรศการศิลปกรรมโตชิบาครั้งที่ ๒๒ (๒๕๕๓) มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ