วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

12 ปี นิทานตุ๊กแกเบิ้ม

       ปี 2540 มูลนิธิเด็กจัดประกวดภาพประกอบนิทาน ครั้งที่สอง เรื่อง ตุ๊กแกเบิ้ม(ได้รับรางวัลชมเชยจากการประกวดนิทานมูลนิธิเด็ก ครั้งที่ 4 คนแต่งตอนนั้นยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่เลย น้องสุขุมาพร อินทนาศักดิ์ ) เป็นหนึ่งในสามเรื่อง ให้ผู้วาดประกวดเลือก ตอนนั้นสนใจแค่อยากรับงานภาพประกอบ แต่มูลนิธิเด็กไม่รับ มีแต่งานประกวด ก็เลยต้องประกวดเพื่อจะได้มีโอกาสทำงานภาพประกอบหนังสือเด็ก เป็นการทำภาพประกอบหนังสือเด็กเป็นครั้งแรก ไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่ก็ลองทำดู ก่อนหน้านี้ทำแต่ภาพประกอบหนังสือวรรณกรรมเยาวชน(วันหลังจะเอาผลงานมาอวดย้อนหลัง) แค่ลายเส้นขาว-ดำส่วนตัวตุ๊กแก ได้ความคิดมาจากการ์ตูน ไดโนเสาร์(ไม่น่าจะเกี่ยวกับตุ๊กแกเลย) แล้วมา ออกแบบเป็นตัวตุ๊กแกในแบบฉบับของตัวเอง แล้วก็ได้รับ รางวัลภาพประกอบนิทานดีเด่น พิมพ์เป็นหนังสือนิทานครั้งแรก เดือน เม.ย.ปี 2541 ต่อมานิทาน ตุ๊กแกเบิ้ม ได้รับเลือกให้เป็นหนังสือ 500 เล่มหนังสือดีสำหรับเด็กและเยาวชน

      สมัยยังเล็กอยู่บ้านไม้สองชั้น (เยื้องๆม.ศรีปทุมในตอนนี้)สมัยก่อนเวลากลางคืนเงียบสงบมาก แม้บ้านจะอยู่ใกล้ถนนก็เถอะ เวลากลางคืนจะได้ยินเสียงตุ๊กแกร้องก้องกังวาน อำนาจเสียงร้องของตุ๊กแก กับเด็กเล็กๆในตอนกลางคืน อดที่หวาดผวาไม่ได้ ต้องรีบขยับตัวเบียดตัวซุกข้างๆแม่ให้อุ่นใจ แต่ก็ยังคงจินตนาการไปกับเสียงร้องที่ล่องลอยไปในบรรยากาศยามค่ำคืน
      มีคืนหนึ่งนอนเตียงไม้ชั้นล่างกับแม่และน้อง คราวนี้เจ้าตุ๊กแกบุกเข้ามาในบ้านเลย แล้วร้องเสียงดังลั่นใกล้ๆตัวเลย พ่อกับพี่ชายช่วยกันไล่ตุ๊กแกออกจากบ้าน โดยเอาไม้กวาดทางมะพร้าวแล้วเสียบยอดปลายไม้ด้วย ปูนแดง ปั้นเป็นก้อนกลมๆ(สงสัยจังว่าดึกขนาดนั้นไปหาปูนแดงมาจากไหนไม่ได้ถามซะด้วย) แล้วแหย่ไม้ยั่วให้เจ้าตุ๊กแกงับ พี่ก็คงกลัวๆอยู่เหมือนกันแหล่ะ เจ้าตุ๊กแกแอบอยู่หลังประตู แต่สุดท้ายก็งาบไปทั้งสองก้อน เรียบร้อย สักพักก็รีบเผ่นออกจากบ้านไป ตอนนั้นไม่รู้เรื่องหรอกแต่แม่บอกว่า เวลาตุ๊กแกกินปูนเข้าไป จะร้อนจนทนไม่ได้สุดท้ายก็เผ่นไป นี่คงเป็นที่มาของคำเปรียบเทียบที่ใช้กันบ่อยว่า "กินปูนร้อนท้อง" กับคนที่ทำอะไรผิดๆไว้แต่ความที่กลัวว่าจะมีใครรู้ ทั้งที่ยังไม่มีใครสงสัย ก็ออกอาการร้อนรนรีบปฏิเสธ จนผิดสังเกต อาการร้อนตัวนี่เองที่เเหมือนอาการเจ้าตุ๊กแกเวลากินปูนเข้า ผิดถูกอย่างไรผู้รู้โปรดชี้แนะด้วยเล่าซะยาวเลย
       เรื่องราวของเจ้าตุ๊กแกเบิ้ม เริ่มจากเจ้านกกระจอกที่บังเอิญบินผ่านมา ทักว่าหน้าตามันว่าน่าเกลียด มีลายจุดหูก็กุด แม้เพื่อนรักจิ้งหรีดจะเฝ้าชื่นชม ร้องเพลงชมก็ไม่ทำให้ความรู้สึกของมันดีขึ้น มันจึงต้องออกเดินทางเพื่อหาหนทางที่มันคิดว่าจะทำให้มันดูดีไม่น่าเกลียด ตุ๊กแกเบิ้มได้เห็นโลกที่สวยงาม ได้เห็นคางคกที่น่าเกลียดกว่าตัวมันเสียอีก ได้ยินเสียงเพลงที่เด็กๆร้องถึงมันว่า มันไม่น่าเกลียด และได้ค้นพบวิธีที่มันคิดว่าจะทำให้ตัวของมันสวยงามขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้มันต้องเปลี่ยนใจและหยุดค้นหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองไม่น่าเกลียด นั่นคือการที่ "เจ้าเบิ้ม" ได้เห็นตัวเต็มๆของมันเองจากกระจกเงาในบ้านหลังหนึ่ง เมื่อมันต้องตะลึงกับลายจุดหลากสี ที่สวยงามบนตัวของมัน ที่ทำให้ดูมีสีสันมีเสน่ห์และมันไม่น่าเกลียดเหมือนที่เจ้านกกระจอกว่านั่นเอง และที่นี่เองเจ้าเบิ้มก็ได้พบเพื่อนใหม่ คือ"โด้" เด็กไม่กลัวตุ๊กแกเลี้ยงมันไว้เป็นเพื่อน เหมือนที่เจ้าจิ้งหรีดเพื่อนเก่าของมันพูดไว้จริงๆว่า "ตุ๊กแกเบิ้มตัวโตที่ตอไม้นี้ไม่มีใครที่ใดดูดีกว่า"
        จากตุ๊กแกที่ตอนเด็กๆไม่เคยชอบ กลายมาเป็นนิทานที่ต้องวาดให้ต่างจากความรู้สึกที่เห็นถึงตอนนี้ นิทานเรื่อง"ตุ๊กแกเบิ้ม" ครบ 12 ปี ในเดือน เมษายนนี้ ไม่น่าเชื่อ เผลอแว๊บเดียว ถ้าตอนนั้น มีเด็กอายุสัก 4-5 ขวบอ่าน ตอนนี้คง 15-16 ปีแล้วพูดแล้วอายๆตัวเอง อายุจะขนาดไหน ตอนนี้เลยเอา รูป ปกมาลงให้ดูก่อน พิมพ์ไป 4 ครั้ง 3 ปก ถ้าว่างๆคราวหน้าจะลงภาพประกอบ กับงานภาพร่าง "ตุ๊กแกเบิ้ม"(ถ้าหาเจอ)






















ภาพปกนี้พิมพ์ครั้งที่ 1 เม.ย. 2541 พิมพ์เป็นปกแข็ง






















ภาพที่ 2 ปกอ่อนพิมพ์ครั้ง ที่ 2





















ภาพสุดท้าย ปกอ่อนเหมือนกัน พิมพ์ครั้งที่ 4


จริงๆ ปกลองด้านในออกแบบ เป็นลาย ตุ๊กแกเบิ้ม ตัวเล็กๆ สลับกับลายดอกไม้ แต่สำนักพิมพ์ไม่เอาด้วย ก็ได้แต่เสียดาย วาดแล้วไม่ได้ใช้ แล้วไม่คืนด้วย










      แถมอีกนิดว่า เจ้าตุ๊กแกเบิ้มยังเป็นแขกไม่รู้ว่ารับเชิญหรือเปล่า ไปวิ่งเล่นอยู่ใน นิทานเรื่อง "สุนัขอยากเป็นหนัง" ของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก อยู่หน้าไหนต้องไปหาเอาเอง ลงแต่รูปไว้ให้เล่น เล่มนี้คงจะหายาก คงจะไม่พิมพ์ซ้ำอีก แล้วยังไปโผล่ในนิทานเรื่อง "ไก่เปี๊ยก-ไก่เบิ้ม" อีก อยู่หน้าไหนลองไปหาดู เล่มนี้ยังหาดูได้อยู่(ตอนนี้)



                                      จากนิทานเรื่อง สุนัขอยากเป็นหนัง


                                         
                                       จากนิทานเรื่อง ไก่เปี๊ยก-ไก่เบิ้ม


และล่าสุดเจ้าตุ๊กแกเบิ้ม ยังได้รับเชิญไปวิ่งเล่น ในนิทานเล่มใหม่เรื่อง "พระในบ้าน" กำลังพิมพ์จะออกมาเร็วๆนี้ ของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก เช่นกัน











นิทาน พระในบ้าน หนังสือขายดีอันดับ 4 ศุนย์หนังสือจุฬา ( 20 ส.ค.2553)

ข้อมูลเพิ่มเติม (10 ธ.ค. 2553) ฉายาไอ้ตีนกาว ไอ้เหนียวหนึบ ที่เด็กๆหลายคนสงสัยว่าการที่ตุ๊กแกสามารถเกาะติดเพดานได้เพราะ ขนที่เท้าของมันมีส่วนประกอบของสารเคราติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของหนังกำพร้า ผม และเล็บของมนุษย์ ซึ่งมีความชื้นสูงทำให้ยึดติดกับพื้นผิวได้ดี

มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตุ๊กแก จาก นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2553 ได้ความรู้ดี ขอบคุณ นสพ.ไทยรัฐ ด้วย





ทีนี้ลองฟังนิทานแบบไม่ต้องอ่าน เป็นนิทานออนไลน์ เรื่อง"ตุ๊กแกเบิ้ม"จากมูลนิธิเด็ก อีกรูปแบบหนึ่งลองรับชมดู แต่เนื้อหาตอนท้ายๆเรื่อง จะไม่เหมือนกับหนังสือเลย

http://www.ffc.or.th/tales/work001.php



              ข้อมูลใหม่(4 ก.ค. 2554) วิธีไล่ตุ๊กแกออกจากบ้าน บางคนอาจจะรู้แล้ว อันนี้ต้องขอบคุณ คุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ(กิติติศักดิ์ มีสมสืบ) หรือลุงไวท์นักแต่งเพลงเด็กของน้องๆ ลุงไวท์บอกวิธีนี้ให้กับลูกๆว่า ให้ใช้ยาเส้นจากบุหรี่(ยี่ห้อะไรก็ได้)แกะเส้นยามาสักเล็กน้อย แล้วเอาดินน้ำมันที่เด็กๆเล่นนั่นแหล่ะ มาลนไฟพออ่อนตัวแล้วห่อเจ้ายาเส้นบุหรี่ก้อนน่าจะพอดีคำของมัน พอได้แล้วก็จัดการโยนให้ดินน้ำมันติดเพดาน สักพักเจ้าตุ๊กแกก็จะเขมือบบุหรี่เข้าไปไม่รู้ตัวจากนั้นไม่นานมันก็จะร่วงผล็อยเพราะความเมา ที่นี้ก็จัดการย้ายเจ้าตุ๊กแกไปไว้ไกลๆบ้าน แต่อย่าทำร้ายเขาจริงๆตุ๊กแกก็มีประโยชน์เหมือนข้อมูลที่ให้มานั่นแหล่ะ ลองไปทดลองกันดูได้เลยครับ




video



ทีนี้ลองฟังเพลงน่ารักๆ "ตะลุกตุ๊กแก" ของฝากจากคุณศักดิ์สิริ มีสมสืบ(กิติติศักดิ์ มีสมสืบ) กวีซีไรท์หรือลุงไวท์ กันดู


..................................................................................








ของแถมภาพนี้วาดใหม่ จริงๆภาพนี้จะนำไปแสดง และจำหน่ายในงาน Pet Variety 20-23 ตุลาคมนี้ที่ IMPACT เมืองทองธานี ที่ผ่านมามีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทยอยวาดกันมาช่วยงานเรื่อยๆ รายได้ส่วนใหญ่ผู้วาดจะมอบให้เป็นค่าใช้จ่ายสุนัขที่ถูกทอดทิ้ง แต่เกิดเหตการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศซะก่อน ตอนนี้รอเวลา และเปิดขายงานผ่านเวปอยู่ครับ

ไม่มีความคิดเห็น: